วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประวัตินักร้องเพลงเก่า,เพลงเก่าเพราะๆ,สวลี ผกาพันธุ์,


สวลี ผกาพันธุ์

สวลี ผกาพันธุ์
Sherry Sawali.jpg
สวลี ผกาพันธุ์ในงานที่นี่มีเพลงที่นี่มีรัก
ชื่อจริงเชอร์รี่ เศวตนันทน์
เกิด6 สิงหาคม พ.ศ. 2474(อายุ 79 ปี)
กรุงเทพมหานคร
คู่สมรสอดีศักดิ์ เศวตนันทน์
สวลี ผกาพันธุ์ หรือชื่อจริง เชอร์รี่ เศวตนันทน์[1] (6 สิงหาคม 2474 - ) เกิดที่กรุงเทพมหานคร ศิลปินนักร้อง และนางเอกละคร มีผลงานบันทึกเสียงประมาณ 1,500 เพลง ได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำถึง 4 ครั้ง นับเป็นนักร้องหญิงที่ได้พระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำมากที่สุดและได้รับความนิยมอย่างสูงสุดเช่นกัน นอกจากการร้องเพลงเป็นอาชีพแล้ว ยังร้องเพลงเพื่อการกุศลและในงานสังคมต่าง ๆ มาโดยตลอด นับว่าเป็นศิลปินที่ใช้ผลงานทางศิลปะให้ความบันเทิงและจรรโลงจิตใจของคนในสังคมตลอดมา[2]


สวลี ผกาพันธุ์
 หรือชื่อจริงคือ เชอร์รี่ เศวตนันทน์ เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2474ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม เมื่อปี พ.ศ. 2490 จากนั้นได้เรียนต่อเพิ่มเติมทางด้านชวเลข และพิมพ์ดีด เมื่อเรียนจบแล้ว ก็ได้เข้าทำงานเป็นเสมียนพิมพ์ดีดอยู่ที่เทศบาลนครกรุงเทพ และบริษัทสหไทยวัฒนา[แก้]
ประวัติ

ความสนใจทางด้านการขับร้องและดนตรีของคุณสวลีนั้นเริ่มมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม และด้วยความที่เป็นผู้มีน้ำเสียงดี จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำในการร้องเพลงชาติทุกวัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 ขณะที่อายุได้ 17 ปี และกำลังทำงานอยู่ที่บริษัทสหไทยวัฒนานั้น คุณมยุรี จันทร์เรือง ซึ่งเป็นครูสอนวิชาขับร้องอยู่ที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ได้ชวนไปชมการฝึกซ้อมละครของคณะผกาวลี ซึ่งเป็นคณะละครของญาติท่าน ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับ ครูลัดดา สารตายน (ศิลปะบรรเลง) ซึ่งเป็นผู้ฝึกซ้อมและกำกับการแสดงละครของคณะนั้น ครูมยุรีได้เล่าให้ครูลัดดาฟังว่าคุณสวลีสามารถร้องเพลงได้ดี ซึ่งครูลัดดาก็เกิดความสนใจ จึงลองให้คุณสวลีร้องเพลงเพื่อทดสอบเสียงดู โดยให้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์สายฝน ปรากฏว่าคุณสวลีได้แสดงความสามารถเป็นที่พอใจของครูลัดดา ครูลัดดาจึงได้ชักชวนให้มาร้องเพลงสลับฉากละครในตอนเย็นหลังเลิกงาน โดยเพลงที่คุณสวลีขึ้นเวทีร้องเป็นเพลงแรกในชีวิตมีชื่อว่าเพลง “หวานรื่น” ผลงานเพลงของครูประสิทธิ์ ศิลปะบรรเลงโดยร้องคู่กับคุณวลิต สนธิรัตน์ ในวันนั้น นอกจากจะเป็นวันที่เริ่มต้นชีวิตการเป็นนักร้องแล้ว ยังเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง กล่าวคือ เป็นวันที่ครูลัดดาได้ตั้งชื่อให้ท่านใช้ในการแสดงว่า “สวลี “ อีกด้วย (ส่วนนามสกุล “ผกาพันธุ์” นั้น คุณสด กูรมะโรหิต เป็นผู้ตั้งให้ในเวลาต่อมา) จากนั้นมา คุณสวลีก็ได้มีโอกาสร้องเพลงสลับฉากเพิ่มขึ้น และยังได้เริ่มแสดงเป็นตัวประกอบในละครของคณะผกาวลีโดยมีบทพูดเล็กๆ น้อยๆ และร้องเพลงในเรื่องด้วย
เมื่องานการขับร้องเพลงและการแสดงละครมีมากขึ้น คุณสวลีจึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาทำงานด้านการบันเทิงอย่างเต็มตัว และไม่นานต่อมา ท่านก็ได้รับบทนางเอกเป็นครั้งแรกในการแสดงละครเรื่อง “ความพยาบาท” ทำให้นาม สวลี ผกาพันธุ์ นี้ เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป จากนั้นมา ท่านก็ได้แสดงเป็นนางเอกละครอีกหลายเรื่องจนคณะผกาวลีเลิกกิจการลง จึงได้ย้ายไปแสดงอยู่กับคณะอัศวินการละคร โดยเริ่มงานด้วยการแสดงเป็นนางเอกเรื่อง “มโนราห์” ซึ่งมี คุณสุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ เป็นพระเอก และยังได้แสดงละครเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง ละครเรื่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็คือเรื่อง “บ้านทรายทอง” บทประพันธ์อมตะตลอดกาลของ ก.สุรางคนางค์ที่ต่อมาได้มีผู้นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์อีกหลายครั้ง โดยคุณสวลีนับเป็นผู้ที่ได้รับบทเป็น “พจมาน” คนแรก ในครั้งนั้น คุณสวลีได้ร้องเพลง “หากรู้สักนิด” ผลงานการประพันธ์ของหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ จนเป็นเพลงที่โด่งดัง และได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากการแสดงกับคณะอัศวินการละครแล้ว คุณสวลียังได้ร่วมแสดงกับคณะเทพศิลป์ และคณะศิวารมย์เป็นครั้งคราวอีกด้วย
หลังจากที่ได้แสดงละครกับคณะละครต่างๆ มาแล้วหลายคณะ คุณสวลีจึงได้ร่วมกับ อดีศักดิ์ เศวตนันทน์ ผู้เป็นสามี ตั้งคณะละครชื่อ “ชื่นชุมนุมศิลปิน” ขึ้นซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอันดี จนกระทั่งถึงยุคที่ละครเวทีซบเซาลงโดยมีภาพยนตร์เข้ามาแทนที่ ท่านจึงยุติการแสดงละครเวทีไปโดยปริยาย ต่อมาส.อาสนจินดา ได้เริ่มสร้างภาพยนตร์ขึ้น โดยชักชวนสมัครพรรคพวกที่เคยร่วมงานละครเวทีกันมาก่อนรวมทั้งคุณสวลีด้วย มาแสดงภาพยนตร์ของท่าน ซึ่งคุณสวลีก็ได้รับบทเป็นนางเอกอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ได้มีโอกาสพากย์ภาพยนตร์ด้วย และเมื่อว่างจากงานแสดงและงานพากย์ ท่านก็ได้เริ่มร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียง ผลงานการร้องเพลงที่ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในยุคนั้นของท่านได้แก่เพลงลมหวน โรครัก หน้าชื่นอกตรม และ รักมีกรรม เป็นต้น
ครั้นเมื่อมีการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม อันเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 คณะชื่นชุมนุมศิลปินก็ได้เข้ามาจัดรายการโทรทัศน์เป็นคณะแรก โดยเริ่มต้นด้วยการจัดรายการเพลง โดยมี ครูสมาน กาญจนผลิน เป็นผู้ควบคุมวง และมีนักร้องที่มีชื่อเสียงหลายท่าน อาทิ สุเทพ วงศ์กำแหงชรินทร์ นันทนาครนริศ อารีย์พูลศรี เจริญพงษ์อดิเรก จันทร์เรือง รวมทั้งสวลี ผกาพันธุ์ มาร่วมรายการด้วย และเมื่อคณะชื่นชุมนุมศิลปินเริ่มสร้างละครโทรทัศน์ขึ้น คุณสวลีก็ได้เป็นกำลังสำคัญท่านหนึ่งที่ได้ทำให้ละครโทรทัศน์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้พากย์ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์เป็นคนแรกคือเรื่องแลสซี่อีกด้วย ในขณะเดียวกันสวลีก็ยังมีงานขับร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงควบคู่ไปด้วย โดยมีทั้งเพลงที่ร้องเดี่ยว และร้องคู่ โดยเพลงที่ร้องคู่ส่วนใหญ่จะร้องคู่กับ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เป็นหลัก ส่วนที่ร้องกับคนอื่นๆ ก็มี เช่น ชรินทร์ นันทนาคร, นริศ อารีย์, ชาญ เย็นแข และหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นต้น
ด้วยประสบการณ์ในการทำงานอันหลากหลายของสวลี ผกาพันธุ์ ที่มีมากมายหลายด้าน และผลงานในวงการบันเทิงแต่ละด้านก็ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างสูงโดยทั่วไป ด้วยความที่เป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จถึงขีดสุดจนเป็นหนึ่งในทำเนียบแห่งศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งของประเทศไทย[3]

[แก้]ผลงานที่โด่ดเด่น

พจมาน สว่างวงศ์ จากละครเวทีบ้านทรายทอง ฉบับ พ.ศ. 2494 รับบทโดย สวลี ผกาพันธุ์
เพลงที่โดดเด่นที่สุดที่สวลี ผกาพันธุ์ได้ร้องคือเพลงบ้านทรายทอง จากการรับบทเป็น พจมาน สว่างวงศ์ คนแรกทางละครเวที และละครโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม คู่กับ ฉลอง สิมะเสถียร 
---------------------------------------------------------------

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น